หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เกาะพีพี (Phi Phi Island)

Phi Phi Island เกาะพีพี


The Phi Phi islands are located about 45 Km southeast from Phuket, 42 km south of Krabi Town and 40 km from Ao Nang Beach. They can be reached in between 1 to 3 hours depending on the type of boat you choose. Boats leave from Phuket, Ao Nang and the Chao Fa Pier in Krabi Town on a daily basis.
The name 'Phi Phi' is derived from Malay, and the original was Pulao Pi ah Pi, where in pulao is the Malay word for island , and Pi, pronounced with a soft 'p' sound, was very close in pronunciation to the English word 'bee'; the ah was dropped, so the name was said something like Bee Bee.
Later the p was pronounced with a stronger aspiration and the name became the Phi Phi (Pee Pee) we know today. The name originally referred to the mangrove wood found there.
There are 6 islands in the Phi Phi group; Phi Phi Don, Phi Phi Ley, Bida Nok, Bida Nai, Koh Yung, and Koh Phai; total land area is 42 square kilometers. The islands were declared a National Park in 1983, and development is limited to Koh Phi Phi Don only. All other islands are uninhabited.
Yung Island lies to the north of Phi Phi Don. there is a rocky beach on the east side, and a smaller strand of sand in a fold of the hill. Many beautiful and various corals are found there. Good for shallow snorkeling.
Phai Island lies also to the north of Phi Phi Don, not far from Koh Yung . Sandy beaches are on the north and east sides of the island. Broad coral reefs stretch away into the south.
Phi Phi Don Island covers a total area of 28 square kilometers: 8 km in length and 3.5 km at its broadest point. At the north end is Cape Laem Tohng, where there is a Chao Ley, or sea gipsy village. These sea gipsies emigrated from Koh Lipeh in Tarutao National Park, near the border with Malaysia and lived on the islands long before tourism arrived. There are two long beaches next to the main town - the two curving bays of Ton Sai and Loh Dalam. The town was hit hard by the tsunami on December 26th 2004, but now things are all back to normal.

ประวัติเกาะพีพี

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลอันดามันด้านทิศตะวันตกของภาคใต้ เป็นอุทยานแห่งชาติ ทางทะเลที่มีลักษณะสวยงามตามธรรมชาติ รอบ ๆ เกาะมีปะการัง กัลปังหา ทิวทัศน์ใต้ทะเลที่งดงาม และเอกลักษณ์ทางธรรมชาติคือภูเขาหินปูนที่มีหน้าผาเป็นชั้น ๆ ถ้ำที่สวยงาม ตลอดจนชายหาดยาวสะอาด สุสานหอย 40 ล้านปี ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 389.96 ตารางกิโลเมตร หรือ 243,725 ไร่
หมู่เกาะพีพีเป็นเกาะในฝั่งทะเลอันดามัน อยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางแค่ 1 ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น หมู่เกาะพีพีประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่จำนวน 6 เกาะ คือ เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน เกาะบิด๊ะนอก เกาะบิด๊ะใน เกาะยุง และเกาะไผ่ ส่วนที่มาของชื่อเกาะพีพีนั้นมาจากเมื่อก่อนชาวประมงเรียกเกาะนี้ว่า ปูเลาปิอาปิ แปลว่าเกาะที่มีต้นไม้ทะเล พวกต้นโกงกาง แสม หรือต้นปีปี ภายหลังจึงเพี้ยนมาออกเสียงว่า "พีพี" นั่นเอง



แผนที่การเดินทางมาหมู่เกาะพีพี


หมู่เกาะพีพี


การเดินทาง
เกาะพีพีนั้นอยู่ใกล้กับภูเก็ตและกระบี่ ดังนั้นการเดินทางไปเกาะพีพี เป้าหมายแรกจึงต้องไปที่ภูเก็ตหรือกระบี่กันก่อนแล้วต่อเรือเฟอรี่หรือสปีดโบ๊ทไปเกาะพีพี
การเดินทางไปภูเก็ตและกระบี่
  • รถยนต์ส่วนตัว
    เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ไปทาง เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร พังงา และ ภูเก็ต ระยะทางรวม 930 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง หรืออีกเส้นทาง เมื่อถึงจังหวัดชุมพรให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ไปทางอำเภอหลังสวน ไชยา เข้าสุราษฎร์ธานี ไปทางอำเภออ่าวลึก แล้วมุ่งหน้าสู่กระบี่ ระยะทางประมาณ 814 กิโลเตร ประมาณ 9 ชั่วโมง
  • เครื่องบิน
    เป็นการเดินทางที่สะดวกที่สุดมาลงที่กระบี่ ใช้เวลาเดินทางแค่ 2 ชั่วโมง
  • รถโดยสารประจำทาง
    สำหรับขาลุย หรือผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง สามารถขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งสายใต้ มี 2 บริษัทคือ บริษัทขนส่งจำกัด และ ลิกไนท์ทัวร์ ใช้เวลาเดินทาง 12 ชั่วโมง
การเดินทางโดยเรือ


                                                                    
                                                                                               
  • เรือจากกระบี่ไปเกาะพีพี
    • ท่าเรือคลองจิหลาด
      ถือว่าเป็นท่าเรือที่มีคนเลือกใช้บริการมากที่สุดเพราะว่าสะดวกสบาย บริการดี และปลอดภัย สร้างโดย ททท. เป็นเรือโดยสาร 2 ชั้นติดแอร์ทั้งลำ ท่าเรือคลองจิหลาดอยู่ในบริเวณตัวเมืองกระบี่ มีบริษัทฯ ให้บริการเดินเรือ 2 บริษัทคือ พีพี แฟมิลี่ และ ชาวเกาะ
      • เวลาเดินเรือ
        • กระบี่ - เกาะพีพี
          • บริษัท ชาวเกาะ 10.00 - 11.30 น.
          • บริษัท พีพี แฟมิลี่ 15.00 - 16.30 น.
        • เกาะพีพี - กระบี่
          • บริษัท พีพี แฟมิลี่ 9.00 - 10.30 น.
          • บริษัท ชาวเกาะ 14.00 - 15.30 น.
      • ใช้เวลาเดินทาง
        • 1 ชั่วโมง 30 นาที (เรือจอดที่ท่าเรือต้นไทร เกาะพีพี)
      • ค่าโดยสาร
        • 350 บาท ต่อคน
  • เรือจากภูเก็ตไปเกาะพีพี
    • ท่าเรือรัษฎา
      อยู่ในบริเวณตัวเมืองภูเก็ต ใครจะไปเกาะพีพีแต่สะดวกมาขึ้นเรือที่ภูเก็ตก็ต้องมาที่ท่าเรือนี้ มีเรือของหลายบริษัทฯ ไว้คอยให้บริการ
      • เวลาเดินเรือ
        • ภูเก็ต - เกาะพีพี
          • เวลา 8.30 - 10.00 น.
          • เวลา 13.30 - 15.00 น.
          • เวลา 14.30 - 16.00 น.
        • เกาะพีพี - ภูเก็ต
          • เวลา 9.00 - 10.30 น.
          • เวลา 14.30 - 16.00 น.
      • ใช้เวลาเดินทาง
        1 ชั่วโมง 30 นาที (เรือจอดที่ท่าเรือต้นไทร เกาะพีพี)
      • ค่าโดยสาร350 บาท ต่อคน
การเดินทางบนเกาะพีพี
เกาะพีพีเป็นเกาะที่ไม่ใหญ่มากนัก จึงไม่มีรถยนต์ หรือมอเตอร์ไซต์ไว้ให้เช่าเหมือนเกาะอื่น จะมีก็เพียงจักรยานให้ปั่นกันรอบเกาะเท่านั้น หรืออาจมีรถสองแถวอยู่บ้าง ส่วนการเดินทางไปหาดต่างๆ บนเกาะจะเลือกไปทางเรือก็สะดวกเหมือนกัน เรือหางยาวรับจ้างมีอยู่ตลอดชายหาดอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม ราคาก็แตกต่างกันไปตามระยะทาง เริ่มกันตั้งแต่ 100 บาท

ที่พัก/โรงแรมแนะนำ


พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา (Phi Phi Island Village Beach Resort And Spa)
49 หมู่ 8. ต.อ่าวนาง อำเภอเมือง, โละบาเกา, เกาะพีพี กระบี่, ไทย 81130


เจเจ เรสซิเดนซ์ (JJ Residence)
95 หมู่ 7, อ่าวโละดาลัม, เกาะพีพี กระบี่, ไทย



ฟลาวเวอร์บังกะโล (Flower Bungalow)
หมู่ 7 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง กระบี่, อ่าวโละดาลัม, เกาะพีพี กระบี่, ไทย 81000

พีพีเล
เกาะพีพีเล มีพื้นที่ 6.6 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น หนึ่งในหมู่เกาะพีพี ไม่มีที่พักหรือรีสอร์ท เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงไประดับโลก การันตีด้วยอ่าวมาหยาที่เคยมีการถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง The Beach ทำให้มีชื่อเสียงคนรู้จักกันทั่วโลก รวมไปถึงอ่าวปิเละ และอ่าวโละซามะที่สวยงามจับใจ 

อ่าวมาหยา


อ่าวโละซามะ



อ่าวปิเละ


วันเสาร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2557

น้ำตกทีลอซู (Thi Lo Su Waterfall)


Thi Lo Su Waterfall 

          The most famous water fall in Tak is, Namtok Thi Lo Su ( Thi Lo Su waterfall ) is located in the Umphang Wildlife Sanctuary, a UNESCO World Heritage site, which links with the Thung Yai Naresuan and Huay Kha Kaeng Reserves, as well as Khlong Lan and Mae Wong National Parks. Together, they form Thailand's largest wildlife haven and one of Southeast Asia's few virgin forest.

Thi Lo in the local language means waterfall and Su means loud, thus, Thi Lo Su means waterfall that makes a loud noise. This is due to its size and the intense flow of the stream. In Karen "Gaolian", "Thi Lo Su" means Black Waterfall. So the origin of the name is uncertain.


The biggest and the most beautiful waterfall in Thailand, Namtok Thi Lo Su is also considered the sixth biggest waterfall in the world. The waterfall itself originates from Huai Klotho, streaming along limestone cliffs at a breath of 500 meters, the height of 160-170 meters down to cascading tiers which are surrounded by intact natural forests. There is a cave behind the waterfall well worth exploring and several levels of pools for swimming.



Getting there, visitors can drive, note that vehicles can possibly reach the office only during November to April. In the rainy season. For those deciding to drive a 4WD vehicle, the distance is 47 kilometers from (from the city of Tak to Umphang is about 5 hour drive by car) Umphang to the wildlife sanctuary office. From there, visitors have to walk along the 1.8 kilometers self-guided forest trail which provides unrivaled natural scenery. Camping at the Wildlife Sanctuary Headquarters is allowed near the falls, especially during October through December, when the waterfall is at its most beautiful.
Visitors are advised to make enquiries with the TAT Office in Tak Province (Tel: 05 551 4341-3) regarding travel conditions and camping opportunities.

น้ำตกทีลอซู

         น้ำตกทีลอซู ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร ทีลอซู เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจาก ระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วย ป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชียตามความจริงต้องออกเสียงว่า "ทีลอชู" และ เป็นคำนามในภาษากะเหรี่ยงแปลว่า "น้ำตก" ชื่อ "ทีลอซู" เป็นความพยายามแปลความหมายทีละคำ โดย "ที" หรือ "ทิ" แปลว่า "น้ำ" "ลอ" หรือ "ล่อ" แปลว่า "ตก" แต่ "ชู" ไม่มีความหมายใกล้เคียง ดังนั้นจึงมีความพยายาม ทำให้เป็นคำที่มีความหมาย เนื่องจาก "ซู" แปลว่า "ดำ" จึงนำไปสู่การเรียกว่า "ทีลอซู" และแปลว่า "น้ำตกดำ"

Tee lor su water fall

การเดินทางท่องเที่ยวน้ำตกทีลอซูหลังจากมาถึงจุดกางเต้นท์แล้ว จะมีเส้นทางเดินไปยังน้ำตก ระยะทาง 1.5 กม. เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติผ่านป่าไผ่และป่าเบญจพรรณ ระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมายเกี่ยวกับธรรมชาติและ พืชพันธุ์ตามจุดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษา เมื่อถึงบริเวณน้ำตก จะเห็นละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่วโขดหินเบื้อง ล่าง มองเห็นธารน้ำตกลงมาจากผาหินปูนซึ่งอยู่สูงประมาณ300ม. ตามแนวกว้างกว่า500 ม. ท่ามกลางป่าครึ้มอาจ แบ่งธารน้ำตกได้เป็นสามกลุ่ม คือกลุ่มด้านซ้ายมือ (เมื่อหันหน้าเข้าหาน้ำตก) เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดสูงที่สุด และเป็น ด้านที่สวยที่สุด มีธารน้ำตกหลายสายไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นเชิง ส่วนกลุ่มตรงกลาง สายน้ำไหลลงมาจาก หน้าผาสูงชันใกล้เคียงกบกลุ่มซ้ายมือแต่ไม่เป็นชั้นและแคบกว่า ส่วนกลุ่มทางขวามือ มีสายน้ำตกมากและ หน้าผาเตี้ยกว่าสองกลุ่มแรก เมื่อมองทั้งสามกลุ่มรวมกันจะเห็น น้ำตกทีลอซู ที่ยิ่งใหญ่และสวยงามบริเวณ ด้านล่าง มีทางเดินไปยังจุดชมวิวทิวทัศน์บนยอดเขาฝั่งตรงกันข้าม เป็นจุดที่มองเห็น น้ำตกทีลอซู ได้สวยงาม และชัดเจนขึ้น ใช้เวลาเดินไปกลับประมาณ 1 ชม

tee lor su


ทีลอซู ได้รับคำกล่าวขานถึงว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย ได้กำหนดให้น้ำตกทีลอซู เป็นหนึ่งในเก้าตะวัน ตามโครงการมหัศจรรย์เมืองไทย 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน โดยมีจุดเด่นคือ "มหัศจรรย์รุ้งกินน้ำที่น้ำตกทีลอซู"



ฤดูกาลท่องเที่ยว

           ช่วงฤดูฝน ตั้งแต่ มิ.ย. – ก่อนถึงวันที่ 1 พ.ย.นักท่องเที่ยวจะต้องล่องเรือยางจากตัวเมืองอุ้มผางตามลำน้ำกลองซึ่งจะได้ชมวิวทิวทัศน์อละความสมบูรณ์ของ ผืนป่าตลอดเส้นทาง ผ่านบ่อน้ำร้อน น้ำตกทีลอจ่อที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงและผ่านน้ำตกสายรุ้ง ซึ่งหากเดิน ทางไปในช่วงเวลาที่เหมาะสมก็จะเห็นรุ้งกินน้ำที่เกิดจากแสงที่ตกกระทบกับละลองน้ำของสายน้ำตก ผาผึ้ง ผาเลือด ผาบ่อง ผาโหว่ ก่อนจะแวะพักทานอาหารกลางวันกันริมน้ำใกล้ผาเลือด การล่องเรือจะใช้เวลา ประมาณ 3 ชั่วโมง มาจนถึงจุดเดินเท้าระยะทาง 9 กิโลเมตร ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องเดินเข้าไปยังจุดกางเต้นท์ ของที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง เพราะยังไม่อนุญาติให้รถเข้า เส้นทางการเดินก็มีทั้งลาดชันขึ้นเขา ลงเขาและทางราบเรียบสลับกันไป เมื่อถึงที่ทำการพักผ่อน จากนั้นเดินเท้าเข้าไปยังน้ำตกอีกประมาณ 1.5 ก.ม. ก็จะถึงน้ำตกทีลอซู ในช่วงเวลานี้น้ำตกทีลอซจะมีปริมาณมาก ผืนป่าเขียวขจีและสีน้ำตกจะขุ่นเล็กน้อย รูปแบบนี้จะเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัยและเดินป่า



อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

หากมาเที่ยวในช่วงนี้ต้องเตรียมพร้อมร่างกายให้ดี เตรียมเสื้อกันฝน ถุงพลาสติก ลูกอม ยาดม หมวกให้พร้อม โดยเฉพาะรองเท้า ควรเลือกรองเท้าที่สวมใส่สบาย ในช่วงล่องเรือไม่ควรใส่รองเท้าผ้าใบอาจ เปียกน้ำและ ทำให้เดินไม่สบายเท้า แต่เมื่อมาถึงช่วงเดินทางการใส่รองเท้าผ้าใบจะสบายเท้าที่สุด หรือหากใช้รองเท้าแบบ สายรัด หรือแบบอื่น ก็ย่อมได้ แต่สำคัญที่สุดควรเตรียมถุงเท้าไปใส่ด้วยหลังจากล่องเรือเรียบรอยแล้ว เพราะ ระยะทางการเดินไกล ไม่ว่าจะใส่รองเท้าแบบไหน สบายแค่ไหน โดนกัดทุกราย การใส่ถุงเท้าจะช่วยป้องการได้ และควรเตรียมพลาสเตอร์ปิดแผลป้องกันไว้ด้วย


ที่พัก

สถานที่พักผ่อนทริปท่องเที่ยวน้ำตกทีลอซู มีให้เลือกหลายรูปแบบ
- ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง (นอนเต้นท์)
- ในตัวเมืองอุ้มผาง ทั้งที่ติดแม่น้ำและไม่ติดแม่น้ำ การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหมายเลข 1 สู่ จังหวัดตาก ก่อนถึง จังหวัดตาก ซ้ายมือมีทางแยกป้ายบอกทางเข้าสู่ อำเภอแม่สอด ระยะทางประมาณ 87 กิโลแมตร แล้วต่อจาก อำเภอแม่สอดไป อำเภออุ้มผาง เส้นทางนี้ ต้อง ระวังให้มาก เพราะเป็นเส้นถนนตัดผ่านเขาสลับซับซ้อนคดโค้งกว่าพันโค้ง ได้สัมญานามว่า"สายลอยฟ้า" ด้วยระยะทางประมาณ 164 กิโลเมตร กินเวลาประมาณ 4-5 ชั่งโมง ซึ่งไม่เบาเหมือนกัน ผู้ที่ขับรถไปเองต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ระหว่างทางทิวทัศน์ชวนให้หลงใหลเพลิดเพลินไปกับการเดินทาง จากเส้นทางอุ้มผางสู่น้ำตกทีลอซู ระยะทางประมาณ 43 กิโล ถึงเขตรักษาพันธุ์ฯ แล้วเดินเท้าเข้าไปที่น้ำตกอีก 1.8 กิโลก็จะถึงถึงน้ำตกทีลอซู ความเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางก็หมดสิ้นไป สายน้ำตกแห่งความอลังการทีลอซู


การเดินทาง

การเดินทาง รถยนต์ จากอำเภออุ้มผางใช้เส้นทางสายอุ้มผาง-แม่สอด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 161 มีทางแยกซ้ายที่บ้านแม่กลองใหม่ได่านเดลอ หรือจุดตรวจ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง” เป็นระยะทาง 30 กิโลเมตร (สำหรับนักท่องเที่ยวที่ขับรถเข้าน้ำตกทีลอซูต้องติดต่อขอรับใบอนุญาตเข้าที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง (สป. ๗) ได้ที่ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และอนุรักษ์อุ้มผางก่อนทุกครั้ง นักท่องเที่ยวต้องยื่น สป. 7 ที่ด่านเดลอ) จากนั้นเดินทางไปตามถนนลูกรังอีก 26 กิโลเมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ใช้เวลาในการเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมง เส้นทางช่วงนี้เป็นทางดิน ควรใช้รถปิคอัพ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่ช่วงล่างมีความสูงมากพอสมควร ในฤดูฝนรถอาจเข้าไม่ได้ และจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร จึงถึงตัวน้ำตกทีลอซู


















วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

ภูเรือ(Phu Rua National Park)

ภูเรือ(Phu Rua National Park)

Located in the Loei province of north-east Thailand, Phu Rua national park is bordering with Laos in the north. The sandstone and granite mountains are the source of numerous streams. At elevations of 600 to 1000 meters tropical broadleaved evergreen forests are found and above these is submontane broadleaved evergreen.

The hottest time is between March to May and the lowest temperature in the month of December in high land could be near freezing. The area receives rain from May till end of September.


Once alive with barking deer, wild pig, pheasant and other animals, Phu Rua's wildlife has declined in the recent past. More than 20 species of birds probably still exist in the park. 

Climbing the 1365 meters Phu Rua is a popular highlight. The starting point is located 5 km from the park's headquarters. The ascent is relatively easy and it takes 2 to 2.5 hours. On the submit there are meadows, stands of pine and gardens of rock. A portion of Phu Rua, or boat mountain, is shaped like a large vessel. A statue of Lord Buddha at the submit is a popular pilgrimage site for locals. The views from the submit are splendid: the Mekong river which marks the border between Thailand and Laos, the mountain ranges of Laos and surrounding beauty of the park. Sunrises are very spectacular. There are a couple of fine viewpoints within a few kilometers of the headquarters.

Bungalows are available near the headquarters.Tents are also available for rent

อุทยานแห่งชาติภูเรือ หนาวสุดในแดนสยาม มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย อาณาเขตด้านทิศเหนืออยู่ติดกับประเทศลาว รูปพรรณสันฐานของภูเรือ มีรูปร่างลักษณะเหมือน เรือใหญ่บน ยอดดอยสูง เป็นภูผาสีสันสะดุดตา หินบางก้อนมีลักษณะเหมือนถูกปั้นแต่งไว้ ชาวบ้านเรียกว่า “กว้านสมอ” โดยรอบๆ จะเห็นยอดดอยเป็นขุนเขาน้อยใหญ่ใกล้เคียงเป็นฝ้าขาวด้วยละอองน้ำ หมอก ปกคลุมไว้ท่ามกลางป่า อันอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 120.84 ตารางกิโลเมตรพื้นที่ป่าภูเรือประกอบด้วยทิวเขาสูง สลับซับซ้อนเรียงรายเป็นรูปต่างๆ น่าพิศวงสลับกับที่ราบเป็นบางส่วน สาเหตุที่ ขนานนามว่า “ภูเรือ” เพราะมีภูเขาลูกหนึ่งมีชะโงกผายื่นออกมาดูคล้ายสำเภาใหญ่ และที่ราบบนยอดเขา มีลักษณะคล้ายท้องเรือตลอดจนมีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม เหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ



ลักษณะภูมิประเทศ
อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อนประกอบด้วย เขาหินทรายเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นเป็นหินแกรนิตสลับกันไป ลักษณะเช่นนี้จึงทำให้มีที่ราบสูงสลับกับ ยอดเขาสูงทั่วไป มียอดเขาสูง ที่สุดคือ ยอดภูเรือ มีความสูงถึง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยังมียอดเขาที่สำคัญ คือ ยอดเขาภูสัน มีความสูง 1,035 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และยอดภูกุ มีความสูง 1,000 เมตรจากระดับ น้ำทะเล ปานกลาง ลักษณะเช่นนี้เองจึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญก่อให้เกิดลำธารหลายสาย เช่น ห้วยน้ำด่าน ห้วยบง ห้วยเกียงนา ห้วยทรายขาว ห้วยติ้ว และห้วยไผ่ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกห้วยไผ่ที่สวยงามแห่งหนึ่ง


ลักษณะภูมิอากาศ
ด้วยอุทยานแห่งชาติภูเรืออยู่ที่จังหวัดเลย ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศไทย และอยู่บน ยอดเขาสูง จึงทำให้มีอากาศเย็นตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะหนาวเย็นมาก จนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้า จะแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ซึ่งมีภาษาพื้นเมืองเรียกว่า “แม่คะนิ้ง” ผู้ที่จะไปพักผ่อนควร เตรียมตัวให้พร้อม ที่จะผจญกับความหนาวเย็น

พรรณไม้และสัตว์ป่า
ภูเรือ มีสภาพป่าหลายชนิดปะปนกันอย่างสวยงาม ทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ ป่าสนเขา โดยเฉพาะ ยอดภูเรือ ประกอบด้วยป่าสนเขา สลับกับสวนหินธรรมชาติแซมด้วยพุ่มไม้เตี้ย สลับด้วยทุ่งหญ้าเป็นระยะ ที่พบ โดยทั่วไป ได้แก่ กุหลาบป่า มอส เฟิน และกล้วยไม้ที่สวยงาม เช่น ม้าวิ่ง สามปอย ไอยเรศ เอื้องคำ เอื้องผึ้ง เอื้องเงิน ซึ่งขึ้นตามต้นไม้และโขดหิน กล้วยไม้เหล่านี้จะออกดอกบานสะพรั่งให้ชมสลับกันไปตลอดทั้งปี นอกจากนี้ ป่าภูเรือยังมีสัตว์ป่าที่ชุกชุมพอสมควร ที่พบบ่อย เช่น หมี เก้ง กวางป่า หมูป่า หมาไน ลิง พญากระรอกดำ ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ป่า และชุกชุมไปด้วยกระต่ายป่า เต่าเดือย เต่าปูลูและนกชนิดต่างๆ ที่สวยงาม อีกมากมาย โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะอพยพมาจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก


ที่พักแรม
มีบ้านพักอุทยานแห่งชาติได้จัดเตรียมบ้านพักไว้ให้บริการในบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติสถานที่ กางเต็นท์/เต็นท์ อุทยานแห่งชาติจัดเตรียมสถานที่กางเต็นท์และเต็นท์ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว บริเวณที่ทำการ อุทยานแห่งชาติ 2 จุด (กำลังจัดทำใหม่ 1 จุด) บริเวณภูสน 1 จุด การสำรองที่พักเต็นท์ มีห้องสุขาและ ห้อง อาบน้ำให้บริการ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด และสำรองที่พักเต็นท์ได้กับอุทยาแห่งชาติโดยตรง



อุทยานแห่งชาติภูเรือ
ต.หนองบัว อ. ภูเรือ จ. เลย 42160
โทรศัพท์ : 0 4288 1716, 0 4288 4144โทรสาร : 0 4285 3333
1.โดยรถยนต์ส่วนตัว
อุทยานแห่งชาติภูเรือ อยู่ห่างจากจังหวัดเลย ประมาณ 48 กิโลเมตร โดยเดินทางไปโดยทางหลวงแผ่นดิน หมาย เลข 203 ถึงอำเภอภูเรือ จะมีป้ายอุทยานแห่งชาติอยู่ปากทางเข้าซึ่งอยู่ข้างที่ว่าการอำเภอภูเรือ (มาจากจังหวัดเลย ป้ายจะอยู่ทางด้านขวามือ มาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ป้ายจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ) จากปากทางเข้าเดินทางต่อไปอีก ประมาณ 4 กิโลเมตร ก็ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ถนนภายในอุทยานแห่งชาติเป็นถนนลาดยาง เป็นถนนบน ภูเขาบางช่วงมีความลาดชัน นักท่องท่องเที่ยวควรขับขี่ด้วยความระมัดระวังใช้เกียร์ต่ำมิฉะนั้นจะทำให้เบรคไหม้ได้

2.โดยรถสาธารณะ
จากกรงุเทพสามารถนั่งรถทัวร์จากสถานีขนส่งหมอชิต ซึ่งมีรถทัวร์ให้บริการหลาย บริษัท มาลงหน้าตลาดเช้า ใกล้ภูเรือ ติดต่อเหมารถสองแถวขึ้นไปได้จากตรงนี้ 

ที่จอดรถ
อุทยานแห่งชาติได้จัดเตรียมลานจอดรถไว้ให้บริการ 2 แห่ง บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติและลานกางเต็นท์

บริการอาหา 
อุทยานแห่งชาติได้จัดเตรียมร้านอาหาร ไว้บริการนักท่องเที่ยว ตามสถานที่ท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติ ดังนี้ 
1) บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
2) บริเวณลานกางเต็นท์ภูสน

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เพื่อศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้นก่อนไปท่องเที่ยว ในบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ และบริเวณสถานที่กางเต็นท์ภูสน





















วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วนอุทยานภูชี้ฟ้า (Phu Cheefa Forest Park)



Phu Cheefa Forest Park  วนอุทยานภูชี้ฟ้า

     Phu Cheefa is the highest mountain peak in the mountains of Doi Pha Mon.Next to Thai border – Lao People's Democratic Republic.In thoeng district, Chiang Rai province Located in the national forest.It has a natural Cliff at the end of a long horizontal spires pointing to the sky across Laos,It is the origin of the name is called "Phu Cheefa forest park"sure enough.The Lao People's Democratic Republic that is considered the most beautiful view points.The Forest Department has ordered the establishment of "PhuCheefa" is a national park on February 6, 2541, with an area of ​​approximately 2,500 Rai of sea level from 1,200 meters to 1,628 meters.For highlights of the Phu Cheefa forest park Sea point, fog and beautiful sunrise.All of the complex mountain view far wide.In the morning mist covered valley below. Sunrise through the mist. Surrounded by meadows Sam trembled with Flower (In the rainy season to winter), beautiful as a painting.



ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดชายแดนไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อยู่ในพื้นที่เขตอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติด้วยลักษณะหน้าผาปลายยอดแหลม เป็นแนวยาวที่ชี้ไปบนฟ้า ทางฝั่งประเทศลาว จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า “ภูชี้ฟ้า” นั่นเอง ด้านที่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นับเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด ทั้งนี้ กรมป่าไม้ได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง “ภูชี้ฟ้า” เป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2541 ด้วยเนื้อที่ประมาณ 2,500ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200 เมตร ถึง 1,628 เมตร 

ภูมิอากาศบนภูเขา จะค่อนข้างเย็นแต่ฤดูกาลจะเป็นแบบมรสุมเมืองร้อน โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงฤดูฝน และลมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงฤดูหนาว แบ่งเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม และฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์


"ภูชี้ฟ้า" เป็นดอยเดียวที่ชื่อว่า "ภู" ทั้งที่ตามจริงแล้วจะต้องชื่อว่า "ดอยชี้ฟ้า" ตามคำเรียกของทางเหนือ แต่ว่า ภูชี้ฟ้า เป็นชื่อที่คนต่างถิ่นไปตั้งชื่อ จึงเรียกว่า "ภู" ในสมัยก่อนพื้นที่ของ ภูชี้ฟ้า เป็นแดนผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ มีการต่อสู้ทางอาวุธและแนวความคิดที่รุนแรงแห่งหนึ่งของประเทศไทย ครั้นเมื่อลัทธิคอมมิวนิสต์ล่มสลายไป เริ่มมีผู้คนเดินทางมาชมธรรมชาติที่นี่ และแล้วชื่อเสียงของภูชี้ฟ้าก็ขจรไปอย่างรวดเร็ว

ค่าธรรมเนียมการเข้าอุทยานแห่งชาติ
- ผู้ใหญ่ คนละ 20-80 บาท (ขึ้นอยู่กับอุทยานฯ)
เด็ก คนละ 10-40 บาท (ขึ้นอยู่กับอุทยานฯ)
- กรณีเป็นเด็กอายุต้องต่ำกว่า 14 ปี แต่ถ้าอายุต่ำกว่า 3 ปี จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม 
- กรณีเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ให้เก็บค่าธรรมเนียมในอัตราสำหรับเด็ก 

การเดินทาง

ทางรถยนต์
ภูชี้ฟ้าอยู่ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ประมาณ 144 กิโลเมตร การเดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไปยังภูชี้ฟ้าได้ตามแนวเส้นทางดังนี้

1. การเดินทางจากจังหวัดเชียงรายระยะทางประมาณ 108 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางเชียงราย - เทิง ระยะทาง 64 กิโลเมตร และจากเทิง - ปางค่า ระยะทาง 24 กิโลเมตร จากนั้นเป็นลูกรังถึงภูชี้ฟ้าระยะทาง 19 กิโลเมตร

2. ใช้เส้นทาง 1021 เทิง - เชียงคำ ระยะทาง 27 กิโลเมตร ก่อนถึงเชียงคำ 6 กิโลเมตร มีทางแยกไปวนอุทยานน้ำตกภูซาง (1093) บ้านฮวก อีก 19 กิโลเมตร แล้วเดินทางไปภูชี้ฟ้าอีก 30 กิโลเมตร แล้วเดินทางเท้าต่ออีก 1 กิโลเมตร จึงจะถึงจุดชมวิว ทางเดินเท้ามีความสูงชันมาก 

รถโดยสารประจำทาง
จากสถานีขนส่งเชียงราย มีรถโดยสารไปยังภูชี้ฟ้าและดอยผาตั้ง รถออกเวลา 12.30น.รายละเอียดติดต่อ บ.สหกิจ โทร 0-5371-1654


สอบถามรายละเอียด-ข้อมูลการเดินทาง

วนอุทยานภูชี้ฟ้า ไม่มีบ้านพักหรือค่ายพักแรมบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะไปพักแรม ต้องนำเต็นท์ไปกางเอง โดยทางวนอุทยานได้จัดสถานที่ไว้ให้พร้อมกับห้องสุขา ส่วนเรื่องอาหารต้องจัดเตรียมไปเอง ทั้งนี้ ต้องไปติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่หัวหน้าวนอุทยานภูชี้ฟ้าโดยตรง รายละเอียดสอบถามได้ที่สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 จังหวัดเชียงราย โทร. (053) -714914 หรือฝ่ายจัดการวนอุทยาน สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทร. 0-25614292 -3 ต่อ 719

บ้านพัก-บริการ 

 วนอุทยานภูชี้ฟ้า ไม่มีบ้านพักหรือค่ายพักแรมบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะไปพักแรม โปรดนำเต็นท์ไปกางเอง โดยทางวนอุทยานได้จัดสถานที่ไว้ให้พร้อมกับห้องสุขา ส่วนเรื่องอาหารต้องจัดเตรียมไปเอง แล้วไปติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่ที่หัวหน้าวนอุทยานภูชี้ฟ้าโดยตรง รายละเอียดสอบถามได้ที่สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 จังหวัดเชียงราย โทร. (053) -714914 หรือฝ่ายจัดการวนอุทยาน สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทร. 0-25614292 -3 ต่อ 719